;*กระจกซ้อมยูโด*;
posted on 05 Nov 2009 00:44 by edogawarunkik in diary
เมื่อวานไปซ้อมยูโดที่ม.รังสิตมา(ต้องบอกว่าเมื่อวาน เพราะเลยเที่ยงคืน(อีกแล้ว))
=___=
ก่อนไปซ้อมนั่งออนเอ็มวางแผนกับพี่แนนตั้งนาน ว่าจะทำไงดีวะที่ไม่ต้องไปซ้อม
จริงๆคือก็อยากไปซ้อมนะ อยากได้เหงื่อ แต่แค่แบบ กุขอเป็นที่อื่นที่ไม่ใช่ม.รังสิตได้มั้ย? T^T
เบาะนั้นแมร่งซ้อมหนักยังกับอะไรดี ใครๆก็รู้อ่ะ TT
แล้วกุนี่ไม่ได้ซ้อมมาจะครึ่งปีแล้ว กุยังไม่อยากตายยยยยยย
จริงๆถามว่าถ้าซ้อมหนักจริงๆไหวมั้ย?
ก็ไหวนะ แต่กลัวจะอยู่ไม่ได้ถึงตอนเลิกซ้อมอ่ะ(แล้วมันไหวยังไง - -?)
เพราะสิ่งที่หน้ากลัวที่สุดรองจากการเป็นตะคริวและอ้วกบนเบาะก็คือ เป็นลมกลางเบาะนั่นเอง
กร๊ากกกกกก
สุดท้ายก็ต้องไปซ้อมอยู่ดี เพราะพี่นัทนิติโทรหาพี่ติ๊ดตี่ว่าจอดรถรอให้ไปด้วยกันอยู่ข้างยิม7
(ทั้งๆที่ทุกคนที่คุยด้วยแนะนำแผน"ขี่จักรยานแล้วทำให้ล้มอีกรอบ"มาแล้ว)
พอได้เหยียบเข้าไปที่เบาะรังสิต ทุกคนฮือฮามาก =____=
ฮือฮาจนกุนึกเขิน แบบ อู้ยยยยยย ไม่เคยเห็นกิ๊กจันท์กันเหรอคะ?
(นักยูโดเวลาพูดถึงกันแบบไม่สนิทมากจะเอา ชื่อ+จังหวัดที่สังกัด หรือ ชื่อ+ทีมที่สังกัด ส่วนใหญ่จะใช้เรียกนักยูโดที่ค่อนข้างมีชื่อเสียง
ประมาณว่า พูดปุ๊บก็อ๋อเลย(จะบอกตัวเองดัง?))
แล้วแบบ ก็ยกมือไหว้ใช่ป่ะ ไหว้พี่แก้ว(โค้ชม.รังสิต)แล้วก็ไหว้พวกพี่ๆที่จบจากศรียา
ไปๆมาๆจากไหว้ทำความเคารพกุต้องยกมือไหว้รับคนอื่นที่ไหว้มาซะงั้น =____=
อูยยยย อย่าไหว้เลยค่ะ ตอนนี้ฝีมือตกแล้ว =_= อย่าได้นับถืออะไรกันมากมายเล้ยยยย
เริ่มต้นมาก็วอร์มกันเองในหมู่เด็กมธ.
แล้วก็ม้วนหน้าตบเบาะ - - อินี่โชว์โง่ก่อนเลย
ม้วนหน้าตบเบาะแล้วเท้าขวากระแทกกำแพงอย่างแรงอ่ะ T______T เจ็บชิบหาย!!!~
จนถึงตอนนี้ก็ยังต้องเดินกระเพกๆอยู่เลย TT แมร่ง เจ็บตั้งแต่ก่อนซ้อมเลยกู
ถามว่าแล้วสุดท้ายไอ้ที่กลัวนักกลัวหนานี่เป็นไงมั่ง?
ซ้อมหนักมั้ย? แล้วไหวหรือเปล่า?
...ขอใช้คำพี่แนน...
นี่แหละกิ๊บที่ใช่!!!!(?)
เฮ้ย...คือถามว่าหนักมั้ย มันหนักมากเว้ย แบบ ทุ่มกันแค่สิบครั้งกุนี่หอบกันเลยทีเดียว
แต่มันโอเคตรงที่ว่า
ไม่ได้รู้สึกเหนื่อยหนักๆแบบนี้มานานมากแล้ว...
เท่าที่จำได้ก็ตั้งแต่จบม.6มา ไม่เคยได้ซ้อมจนหัวเปียกแบบนี้เลยจริงๆอ่ะ
มันคืออะไรที่ใช่จริงๆ ซ้อมเหนื่อย ซ้อมหนัก ซ้อมแล้วเจ็บ(?)
แบบ นี่แหละคือยูโดของกู!!!
ได้ทุ่มชาวบ้าน กร๊ากกกกกก มีความสุข
(แหงล่ะ ก็มึงทุ่มเขาได้นี่ - - )
กว่าจะซ้อมเสร็จก็ปาเข้าไป 3 ทุ่มกว่า
แล้วพี่มธ.ก็เรียกประชุมว่าด้วยเรื่องที่อาทิตย์นี้จะมีเด็กรุ่นต่อไปมาสอบความสามารถยูโดเพื่อใช้เป็นโควต้าเข้าเรียน
ฉุกขึ้นมาทันที...นี่กูจะขึ้นปี 2 แล้วเหรอวะเนี่ย? =___=
พอถามพี่ว่าปีนี้มีเด็กมาสมัครกี่คน พี่เค้าบอก เกินสิบ
กูนี่แบบ โอ้ =_= เยี่ยมมาก...
ปีกุมีกุกับผู้ชายอีกคนรวมเป็น 2 คนขาดตัว แล้วมีกุติดเรียนได้แค่คนเดียว
ปีนี่แมร่งเล่นเป็นสิบ =____= วู้ววววววววววว
ซ้อมวันนี้ทำให้คิดถึงอะไรหลายๆอย่าง
ผูกพันมากจริงๆนะ กับยูโด เพราะอย่างน้อยครึ่งชีวิตตอนนี้ก็อยู่กับยูโด
อยู่กับกีฬาเจ็บๆแบบนี้มาตั้ง 10 ปีแล้วนะ...
ทำไมถึงทนได้ก็ไม่รู้สิ..^^
ทั้งๆที่ทุกคนก็พูดเหมือนกันว่าคนอย่างไอ้กิ๊กน่ะมันไม่มีทางเล่นกีฬาแบบนี้ได้หรอก บอบแบบจะตาย
แต่สุดท้ายก็ยังเล่นได้มาจนถึงตอนนี้
ทั้งๆที่เคยคิดจะเลิกเล่นไปไม่รู้รอบที่ร้อยเท่าไหร่แล้ว
แต่พอรู้ตัวอีกทีก็ใส่ชุดยูโดมัดสายแล้วเรียบร้อย
นึกโกรธตัวเองอยู่เหมือนกันว่าทำไมถึงไม่กล้าเลิกซักที...
แต่สิ่งนึงที่เชื่อมาตลอดและก็คิดว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ คือคำพูดที่ว่า..
ถ้าคนเราสามารถก้าวผ่านขีดจำกัดมาได้ ก็ไม่มีอะไรที่จะยากลำบากเกินกว่าที่จะทำได้อีก
มันจริงนะ...
ชีวิตการเป็นนักกีฬายูโดตลอด 10 ปีที่ผ่านมามีเรื่องราวเยอะแยะมากมาย
ทุกเรื่องราวค่อยๆทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นทีละนิด
จนวันนึงที่เราลองมองย้อนกลับไป ยังไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าเราเคยผ่านมันมาได้
ยังเคยคิดด้วยซ้ำไป
ถ้าเป็นเราตอนนี้...เราจะสามารถทำอย่างเราในตอนนั้นได้มั้ยนะ?
จะว่าไป...กับยูโดนี่ยังต้องกลัวอะไรอีกล่ะ?
แขนก็หันมาแล้ว
กระดูกก็ร้าวมาแล้ว
เอ็นก็ฉีกมาแล้ว
ไหปลาร้าก็เคลื่อนมาแล้ว
วิ่งลงไปอ้วกตอนซ้อมก็เจอมาแล้ว
เป็นลมตอนลดน้ำหนักก็เจอมาแล้ว
โดนโค้ชตบหัวก็เจอมาแล้ว
ร้องไห้ตั้งแต่เริ่มซ้อมจนเลิกซ้อมเป็นเดือนๆก็เจอมาแล้ว
โดนทุ่มจนลุกจากเบาะไม่ขึ้นก็เจอมาแล้ว
โดนหักบนเบาะก็เจอมาแล้ว
โดนรัดคอจนหลับก็เจอมาแล้ว
แข่งแล้วโดนรัดคอจนชักอยู่บนสนามแข่งก็เจอมาแล้ว
โดนคู่ต่อสู้กัดมือก็เจอมาแล้ว
ช้ำทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดเท่าก็เจอมาแล้ว
โดนไล่ออกไปนั่งสมาธิก่อนแล้วค่อยกลับมาซ้อมก็เจอมาแล้ว
โดนตบหน้าแรงๆก็เจอมาแล้ว
โดนทุ่มแล้วกระโดดทับต่อก็เจอมาแล้ว
โดนทุ่มตอนเข้าเฝือกแขนก็เจอมาแล้ว
โดนดูถูกโดนเอาไปเปรียบเทียบกับคนอื่นนับครั้งไม่ถ้วนก็เจอมาแล้ว
โดนชี้หน้าไล่ออกจากเบาะก็เจอมาแล้ว
...และยังมีอะไรอีกมากมาย...ที่ผ่านมาแล้ว...
ยังจะต้องกลัวอะไรอีกวะ กุลธิดา?
ปล*
*เหมือนเพ้อๆพิกล...
*เจ็บเท้าขวามาก ณ จุดๆนี้ T____T
*พรุ่งนี้กุไปซ้อมไม่ไหวแน่ เดินเฉยๆยังจะไม่รอดเลย TT
*ตอนนี้ก็กำลังมีปัญหาสังคมระดับดาวอังคารว่าด้วยเรื่องหอที่อยู่ -___-
*ทำไมปัญหาไม่ไปพร้อมกับกระทงที่ลอยไปวะ?
*หรือเพราะกุลอยกับน้ำในม. ปัญามันเลยยังไม่ออกไปทะเล(?)
*จงฮยอนแมร่งทำเอากุอยากป่วยเป็นไข้หวัด2009เป็นเพื่อนมัน
*อยากนอนอยู่ข้างๆ ป่วยอยู่ด้วยกัน เอามือซีดๆของตัวเองไปจับหน้าผากร้อนๆของมัน
*ไม่อยากให้ทรมานคนเดียวเลยว่ะ...
*ส่วนกับไอ้"ผู้ซึ่งเป็นที่รัก"แมร่ง ทำกุเจ็บทุกทางจริงๆ TT
*แปลกมั้ย...ถ้าคำว่า "เป็นห่วง" จะมาก่อนคำว่า "รัก" หรือ "ชอบ" ด้วยซ้ำเมื่อเราคิดถึงคนๆนึง
*เป็นห่วง...
*ไม่ควรเพ้อแล้วใช่มั้ย?
*กระจกรักจงคีย์


กิ๊กผูกพันธฺกะยูโดมากจนพี่นึกถึงเพื่อนคนนึงที่เป็นนักกีฬายูโดเหมือนกันอ่ะ
กิ๊กมีความสุขที่ได้ทุ่มคนอื่น
เพื่อนพี่คนนี้ก็มีความสุขที่ได้ทุ่มพี่ลงเตียงนอนมัน
ทุ่มแบบนักยูโดทุ่มกันอ่ะ
ไม่ได้คิดเลยว่าเพื่อนมันเจ็บ
ถ้าคนเราสามารถก้าวผ่านขีดจำกัดมาได้ ก็ไม่มีอะไรที่จะยากลำบากเกินกว่าที่จะทำได้อีก
ชอบประโยคนี้แฮะ อ่านล่ะแบบ อ่า ..
ว่าแต่กิ๊กมีจุดหมาย มีความฝันที่ตอนนี้ทำอยู่ป่ะ?
แต่พี่น่ะ ความฝันไขว่เขวตลอดเว ณ จุด ๆ นี้ก็ยังมึนว่า
กุเคยฝันว่าอยากเปนอะไรว่ะ?
เม้นต์สติแตกมาก ,,
อย่าไปสนเลย
#1 By •.★*[lolita]*★.• on 2009-11-05 01:15