;*[SF]Reflection Of MIRROR*;
posted on 06 Oct 2009 01:57 by edogawarunkik in FICTIONมันเสร็จแล้วโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย TT[]TT
*กรีดร้อง*
หมายเหตุ* ได้ส่งไปให้สตาฟคนหนึ่งในบอร์ดใหญ่แล้วค่ะผลคือ เรทรุนแรงไป ไม่ผ่านกบว. =_= เราเลยต้องเอามาลงในบล้อกแทน ในทูบีอันนั้นก็ยังไม่กล้าลง เพราะว่าตัวแม่ไม่ออนเอ็มเลยถามไม่ได้
ถ้ายังไงโปรดทำใจก่อนอ่าน และใครที่แอบไม่รู้เรื่องอาจจะต้องกลับไปอ่านฟิคเรื่องMIRRORที่บอร์ดใหญ่ ก่อนนะคะ แม้เรื่องมันจะไม่เกี่ยวข้องกันแต่ว่ามันอาจจะทำให้เข้าใจเรื่องนี้ได้มาก ขึ้น(เหรอ?)
สิ่งศักดิ์สิทย์ทั้งหลายที่ข้าพเจ้า นางสาวกุลธิดา มรรคผล ได้บนบานเอาไว้ว่าขอให้ได้มีทติ้งในงาน “SHINee meets Juliette in Bangkok” บัดนี้ข้าพเจ้าได้มาแก้บนตามที่ขอไว้ว่าจะแต่งฟิคเรทจงคีย์ลงในบล้อก(และในบอร์ดชายนี่ไทยแลนด์กับบอร์ดทูบี-ทูเก็ตเตอร์ถ้าผ่านการพิจารณา)
Title : llllllllll Reflection Of MIRROR llllllllll
Paring : Jonghyun X Key
Author : Mirror*
Rating :NC-17 TT เค้าต้องเอ็นซีเพราะมันเป็นฟิคแก้บน...
กระจก...
ที่ใครต่างก็บอกว่ามันสะท้อนสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างตรงไปตรงมา
กระจกที่ไม่เคยหลอกลวง...
ไม่ใช่แค่หนึ่งหรือสองวันที่ผมคอยเฝ้าเวียนเดินไปหยุดตรงหน้ากระจกเงาบานใหญ่แล้วมองภาพที่สะท้อนอยู่บนนั้น แต่เป็นทุกวันที่ผมจะต้องมองคนในกระจกคนนั้นที่เหมือนกับผมอย่างไม่มีผิดเพี้ยน...
มือบางเอื้อมไปไล้แผ่วเบาที่พื้นผิวเย็นเฉียบตรงหน้า...
คนในกระจกกำลังยิ้มเศร้าฟ้องสีหน้าของคนที่กำลังยืนเป็นต้นแบบการส่องสะท้อนได้เป็นอย่างดี
คีย์ยิ้มให้กับตัวเอง...ให้กับคนในกระจก ก่อนที่ใบหน้าหวานจะหันไปทางประตูห้องของตนเองที่เปิดอ้าไว้ ทำให้เห็นบานประตูสีเขียวจางของห้องตรงข้ามที่ยังปิดสนิท...
กระจกเอย...ทำไมถึงไม่ส่องสะท้อนเขาอย่างตรงไปตรงมาบ้างนะ..?
llllllllll Reflection Of MIRROR llllllllll
ตาเรียวเล็กมองไปที่นาฬิกาตั้งโต๊ะที่กำลังทำหน้าที่บอกเวลาได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง คิ้วบางถูกขยับมาชนกันเล็กน้อยด้วยความกังวลก่อนที่ใบหน้าหวานจะหันไปมองที่หน้าต่างห้องนอนแทน
ท้องฟ้าด้านนอกเองก็บอกเวลาได้ดีไม่แพ้นาฬิกาเรือนโปรด ดวงอาทิตย์ได้บอกลาโลกไปได้ระยะหนึ่งแล้ว ความมืดมิดเริ่มเข้ามาแทนที คืนนี้ไม่มีแม้แต่แสงของพระจันทร์ ไม่มีแม้แต่ดาวซักดวงที่จะทอประกายอยู่บนผืนผ้าสีดำสนิทนั้น มีเพียงแค่ความเย็นเยือกของสายลมหนาวยามค่ำคืนที่ทำให้ร่างบางถึงกับต้องสั่นสะท้าน
ยังไม่ทันที่จะได้กอดปลอบตัวเองจากความหนาวเหน็บที่พัดผ่านเนื้อเนียน เสียงเปิดประตูห้องก็ดังแว่วเข้าเข้ามาในหู ร่างบางในชุดนอนตัวโคร่งที่นั่งแปะอยู่บนเตียงสีลูกกวาดหันกลับมามองทางบานประตูสีชมพูจางของห้องตัวเองช้าๆ
คนที่เปิดประตูเข้ามากำลังยิ้มย่อง ที่ริมฝีปากได้รูปนั้นคีย์กลับรู้สึกว่ามันเย้ยเฉียบยิ่งกว่าสายลมแผ่วจากหน้าต่างจนทำให้ขนลุกไปทั้งตัว ใบหน้าหล่อจัดฉายแววพอใจเมื่อเห็นคนที่นั่งอยู่บนเตียงไม่มีอาการผิดปกติอะไรที่ได้เห็นเค้าเปิดประตูห้องเข้ามาโดยที่ไม่ได้ขออนุญาต
จงฮยอนร้องหึในลำคอเบาๆก่อนจะปิดประตูสีหวานลงและไม่ลืมที่จะล็อกประตูใส่กลอนให้อย่างเสร็จสรรพ สองขาพาตัวเองก้าวเดินมาที่เตียงนุ่มริมหน้าต่างอย่างไม่เร่งรีบ รอยยิ้มเย็นที่มุมปากยังคงไม่จางหายไปแม้แต่น้อย มันยังคงฉายชัดราวกับจะตอกย้ำสิ่งที่คีย์จะต้องพบเจออย่างเช่นทุกคืนที่คิมจงฮยอนเอื้อมมือมาหมุนลูกบิดประตูและพาตัวเองเข้ามาในห้องที่อยู่ตรงกันข้ามกับห้องของตนเองอย่างเช่นคืนนี้...
ดวงตาสีนิลมองตามร่างสูงมาตลอดจนกระทั่งรู้สึกได้ถึงแรงอ่อนยวบของเตียงที่นั่งอยู่ จงฮยอนเลือกที่จะเว้นระยะห่างระหว่างเค้าและคีย์ไม่มากแต่พอให้ตัวเองสามารถที่จะมองสำรวจเรือนร่างขาวจัดใต้ชุดนอนตัวบางได้บ้าง
ตาสองคู่สอดประสานกัน...
ความรู้สึกของคนหนึ่งคนที่กำลังเบาหวิวลอยล่องอย่างไร้จุดหมาย
ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉยไร้ซึ่งความรู้สึกนั้น...
จงฮยอนไม่เคยคิดจะพยายามเข้าใจ
เพราะนั่นมันไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เขาต้องก้าวเข้ามาหาคิมคีย์บอมถึงห้องทุกคืนแบบนี้
มือหนาเอื้อมไปคว้าเอาศีรษะของคนที่เอาแต่นั่งจ้องเข้ามาจนชิดใบหน้าคม หน้าผากเนียนแตะสัมผัสกับหน้าผากมนของอีกฝ่ายแม้จะถูกคั่นกลางด้วยปอยผมนุ่มบ้างเล็กน้อย ปลายจมูกชิดกันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดอยู่ที่เหนือริมฝีปาก ดวงตาคมยังคงมองตรงที่ลูกแก้วสีนิลของอีกฝ่ายนิ่ง
...ตาคู่ที่ยังเงียบเฉยไร้ซึ่งความรู้สึกใด...
จงฮยอนยิ้มเย็นทันทีเมื่อเห็นว่าคีย์ยังคงใช้สายตาแบบนั้นจ้องมาที่เค้าไม่เปลี่ยน เรียวลิ้นอุ่นชื้นแลบเลียริมฝีปากที่แห้งผากของตัวเองก่อนที่จะกดมันลงไปบนริมผีปากสีชมพูอ่อนอย่างจาบจ้วง
มือที่อยู่ด้านหลังหัวทุยถูกย้ายมาไว้ที่ท้ายทอยเล็กเพื่อเป็นตัวช่วยขยับปรับเปลี่ยนองศาการไล่ต้อนจูบที่รุนแรงและล่อแหลมจนน่าหวาดหวั่น
ลิ้นหนาถูกส่งเข้าไปหยอกล้อกับลิ้นซุกซนของอีกคนในโปร่งปากอุ่นชื้น เกี่ยวกระหวัดกันไปไม่ห่างในขณะที่ปากหนาพยายามที่จะทิ้งน้ำหนักลงไปที่กลีบปากสีอ่อนให้มากขึ้นกว่าเดิม จมูกได้รูปถูกไถชนกันไปมาซ้ำซากจนจงฮยอนเริ่มรู้สึกได้ถึงจังหวะการหายใจที่แปลกไปของคีย์ คนที่พยายามเร่งเร้าอารมณ์ให่ครุกรุ่นจึงยอมถอดถอนออกจากความหวานหยาดเยิ้มที่ยังติดออกมากับริมฝีปากอย่างนึกเสียดาย
เสียงหอบหายใจถี่รัวเสียจนจงฮยอนอยากจะก้มลงไปกดจูบปิดทางเดินอากาศอีกรอบ นิ้วเรียวยาวยกขึ้นมาปาดคราบน้ำหวานใสจากปากของร่างบางที่ติดออกมาอยู่บนริมฝีปากของตัวเองช้าๆก่อนที่จะเอื้อมไปสัมผัสลงบนกลีบปากล่างสีกุหลาบที่ยังคงขยับหอบเอาลมหายใจออกถี่รัวช้าๆอย่างจงใจ แกล้งไล้นิ้วไปมาบนนั้นเนิบนาบ ริมฝีปากได้รูปยกยิ้มเย็นอีกครั้งก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปกระซิบที่ใบหูเล็กจนชิด
“คิดว่าจะมองฉันด้วยสายตาแบบนั้นตลอดทั้งคืนนี้จริงๆได้งั้นเหรอคิมคีย์บอม...”
llllllllll ภาพสะท้อนของกระจก llllllllll
ค่ำคืนที่ทุกครั้งก็ยังคงมีแต่ความมืดมิดและอากาศที่เย็นเยือก ค่ำคืนที่แสนสั้นแต่กลับยาวนานเหลือเกินในความคิด ค่ำคืนที่ควรจะเงียบสงัดแต่กลับแว่วเสียงครางหวานหูอยู่ภายในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆนั้นอยู่ร่ำไปทุกคืน
เมื่อไหร่จะหลุดพ้นค่ำคืน...?
“อ๊ะ...อา...พอแล้ว...จงฮยอน” เสียงครวญครางพร้อมกับคำขอร้องถูกเสียงใสเอ่ยลอดออกมาจากไรฟันคมที่ขบเม้มริมฝีปากล่างของตนเองแน่น แต่ดูเหมือนเสียงที่เปล่งออกไปกี่ครั้งต่อกี่ครั้งจะไม่เคยไปถึงหูของคนด้านบนที่เอาแต่ถาโถมตัวเองใส่ร่างเล็กอย่างรุนแรง
จงฮยอนไม่เคยอ่อนโยน...
มีแต่จะเร่งเร้าบทรักให้เร่าร้อนอย่างไร้ความปราณีทุกค่ำคืน
และคีย์ก็ต้องประสบกับมันอยู่ทุกคืนเช่นกัน...ความรู้สึกที่เจ็บปวดแต่ก็ไม่อาจต้านทานความต้องการของร่างกายได้
มันดูน่ารังเกียจมากใช่มั้ย..?
“ลืมตาสิคีย์ ลืมตาขึ้นมา...” เสียงทุ้มของคนที่คร่อมอยู่ด้านบนเอ่ยยากเย็น เหงื่อเม็ดใสร่วงลงสู่ใบหน้าหวานข้างใต้ที่เหยเกด้วยความเจ็บปวด จงฮยอนเลือกที่จะแลบลิ้นไล้เลียลงที่เปลือกตาบางเพื่อตอกย้ำคำสั่งของตัวเองก่อนที่จะย้ายไปกดจูบหนักหน่วงบนเรียวปากอิ่มที่เผยอรับเอาอากาศเข้าไปอย่างยั่วยวน
แรงกระแทกจากทางด้านล่างยังไม่ได้ลดน้อยลงแม้แต่น้อย จงฮยอนยิ่งเน้นจังหวะให้หนักหน่วงมากขึ้นเมื่อคนตัวเล็กยังไม่ยอมทำตามคำสั่ง หน้าคมเลื่อนไปสูดดมความหอมจากซอกคอขาวและไม่ลืมจะสร้างรอยเอาไว้อีกแม้ว่ามันจะมากมายเสียจนไม่เหลือพื้นที่ให้เห็นผิวสีน้ำนมแล้ว
ริมฝีปากได้รูปซุกไซร้ดูดเม้มผิวขาวเนียนอย่างกระหาย กลิ่นของคีย์หอมไม่เคยจาง...ต่อให้มันจะผ่านไปกี่คืน กี่วัน กี่เดือนหรือกี่ปี คิมคีย์บอมก็ยังคงมีกลิ่นหอมเย้ายวนอารมณ์เขาเสมอ
ใบหน้าหวานสวย ดวงตาเรียวเล็ก จมูกรั้น ริมฝีปากสีอิ่มและสายตาที่ตวัดมองเขาด้วยความผยองนั้นล้วนแต่เป็นสิ่งที่เรียกร้องให้คิมจงฮยอนต้องก้าวเข้ามาในห้องนี้ทุกค่ำคืน
มาเพื่อค้นหา...มาเพื่อลิ้มลอง...
แต่เมื่อนานไปแล้ว กลับยิ่งต้องการ โหยหา อยากได้มากกว่านี้ อยากครอบครอง...
“อ๊า..จ..จงฮยอน...พอ..พอแล้ว...” ใบหน้าหวานที่แดงเรื่อส่ายไปมาอยู่บนที่นอนที่ยับยู่ยี่ มือเล็กทั้งสองข้างจิกลงบนแผ่นหลังกว้างของคนเอาแต่ใจ แรงกระแทกที่ด้านหลังหยุดลงทันที
“...ลืมตาขึ้นมามองฉันสิคีย์...” เสียงทุ้มเอ่ยอีกครั้ง แต่ครั้งนี้น้ำเสียงนั้นกลับแฝงความอ่อนโยนอยู่ คีย์รู้สึกได้ถึงสัมผัสผะแผ่วของข้อนิ้วเรียวที่หางตา ดวงตาคู่เล็กค่อยๆเปิดออกอย่างเชื่องช้าเพื่อพยายามมองทะลุม่านน้ำตาที่เอ่ออยู่บริเวณขอบตา
ร่างหนาที่คร่อมอยู่ยิ้มเหยียด เมื่อดวงตาสีนิลคู่นั้นไม่ได้มองเขากลับมาเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว
ภายในดวงตาคู่นั้นมันมีแต่ความโหยหาและความอ่อนแอ มันกำลังร้องขอให้เขาช่วยเหลือ และมันกำลังยั่วเย้าเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ...จริงอย่างที่คิด...คีย์ไม่มีทางมองเขาด้วยสายตานั่นตลอดทั้งคืนนี้ได้หรอก...
จงฮยอนยันแขนทั้งสองข้างของตัวเองตรึงข้อมือเล็กของคีย์ไว้กับเตียงเพื่อกันคนใต้ร่างดิ้นหนีและเพื่อที่เขาจะได้มองเห็นคนน่ารักได้ชัดๆ
ดวงตาคมไล่มองใบหน้าหวานอย่างหลงใหล...สวยเหลือเกินนะคิมคีย์บอม...
ก่อนที่จะได้รู้สึกอะไร ร่างหนาก็รีบสานต่อสิ่งที่ทำคั่งค้างเอาไว้โดยที่คีย์ไม่ทันได้ตั้งตัว และมันกลับยิ่งรุนแรงและหนักหน่วงยิ่งกว่าเก่า ความร้อนรุ่มเริ่มถาโถมร่างอีกครั้ง ปลายเล็บคมจิกลงบนหลังกว้าง พร้อมๆกับที่ริมฝีปากสีกุหลาบเผลอครางระงมไปทั่ว
“มองหน้าฉัน...จำฉันเอาไว้ให้ดีนะคีย์ จำคิมจงฮยอนคนนี้ไว้”
“อ๊ะ..อ๊า...จ...จงฮยอ..น” เร่งเร้ารุนแรงจนสะโพกเล็กลอยขึ้นจากเตียงนุ่ม แรงกดที่ข้อมือเล็กก็ยิ่งแน่นขึ้นไปด้วย เส้นผมเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะซึ่งกันและกัน อุณหภูมิของห้องสูงขึ้นจนรู้สึกได้
“จำสัมผัสนี้เอาไว้ สัมผัสของฉัน”
เสียงทุ้มเอ่ยอีกครั้งก่อนที่จะกระแทกตัวเองกับสะโพกมนอย่างแรงเป็นครั้งสุดท้าย ร่างบางครางเสียงดังลั่น แล้วความอัดอั้นทั้งหมดก็ได้ถูกปลดปล่อยออกมา
หน้าอกขาวกระเพื่อมขึ้นลงถี่ เสียงหอบหายใจดังระงม วงแขนเล็กที่โอบกอดร่างหนาถูกทิ้งลงข้างตัวอย่างหมดแรง ที่ปลายหางตาสวยมีหยดน้ำตาไหลลงมาตามแก้มเนียน
“เวลาที่ตื่นขึ้นมาตอนเช้าจะได้ไม่ลืมว่าใครที่กอดนายอยู่เมื่อคืน...”
llllllllll Reflection Of MIRROR llllllllll
แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาถึงในห้องเล็กๆ ความอบอุ่นของวันใหม่เข้ามาทักทายจากทางหน้าต่างบานเดิมทุกเช้าราวกับว่าความหนาวเย็นในยามค่ำคืนที่ผ่านมาไม่เคยได้เกิดขึ้น
ร่างเปลือยเปล่าที่มีผ่าห่มพาดอยู่ขยับเล็กน้อย ใบหน้าหวานยังคงนอนแนบอยู่กับหมอนที่คราบน้ำตาไม่เคยเหือดแห้ง คีย์ทิ้งตั้วเองให้อยู่นิ่งๆแบบนั้นอีกซักพักก่อนที่จะพยายามประคับประคองตัวเองให้ลุกขึ้นแล้วเดินไปเข้าห้องน้ำเพื่อชำระล้างร่างกายที่มันสกปรกมาตั้งแต่เมื่อคืน
ร่างขาวผ่องยืนอยู่ที่หน้ากระจก สายตาสำรวจรอยสีกุหลาบที่กระจัดกระจายบนร่างกายของตัวเอง หลายรอยจางลงไปแล้ว แต่ก็มีอีกหลายรอยเช่นกันที่ถูกเติมเข้ามาแทนที่
ไม่ว่าจะทำยังไงรอยพวกนี้ก็ไม่มีวันหายไป มันยังคงถูกแทนที่ด้วยรอยใหม่จากริมฝีปากคู่เดิมอยู่ทุกคืนวัน
คีย์หลับตาลงช้าๆ ภาพบทรักอันเร่าร้อนของตนกับจงฮยอนเมื่อคืนแล่นเข้ามาในสมอง เขายังจำได้ทุกสัมผัสที่จงฮยอนมอบให้ เสียงครวญครางนั้นยังดังก้องอยู่ในหู ความเจ็บร้าวที่สะโพกยิ่งเป็นสิ่งที่ยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าเมื่อคืนก็เป็นอีกครั้งที่เขาไม่ได้ฝันไป
มันจะเป็นแบบนี้ไปอีกนานเท่าไหร่กัน...?
หลังจากอาบน้ำและเปลี่ยนตัวเองให้อยู่ในชุดนักเรียนม.ปลายเรียบร้อย คีย์เก็บของที่จำเป็นใส่กระเป๋าก่อนจะหันกลับไปมองนาฬิกาเรื่อนโปรดที่บอกให้เขารู้ว่าถึงเวลาที่ต้องออกจากที่นี่เสียที
ร่างบางเดินไปจับลูกบิดประตู แต่ยังไม่ได้บิดมันเพื่อเปิดประตูสีชมพูจาง นั่นเพราะมีความคิดบางอย่างเข้ามาในสมอง...จะบังเอิญอีกหรือเปล่านะ...?
คิดเพียงแค่นั้น มือเล็กก็บิดประตูเพื่อเปิดมันออก
ประตูห้องสีเขียวจางฝั่งตรงข้ามกำลังเปิดออกเช่นเดียวกัน...
และคนในห้องนั้นก็ก้าวออกมาพร้อมสบตากับคนที่มือยังอยู่ที่ลูกบิดของประตูห้องสีชมพูจาง
ใบหน้าหล่อยกยิ้มอบอุ่น...
“สวัสดีคีย์ วันนี้บังเอิญออกจากห้องพร้อมกันอีกแล้วนะ”
คีย์ยิ้มให้กับเจ้าของประตูห้องสีเขียวจางตอบพร้อมกับพยักหน้ารับคำทักทายนั้น ทั้งคู่ปิดประตูห้องและออกก้าวเดินไปพร้อมกัน
ใช่...บังเอิญเหมือนทุกวันอีกแล้วสินะ จงฮยอน...
llllllllll ภาพสะท้อนของกระจก llllllllll
ปีนี้เป็นปีสุดท้ายของชีวิตนักเรียนม.ปลายสำหรับคีย์ แน่นอน...กับเพื่อนรวมห้องอย่างอนยูรวมถึงจงฮยอนด้วย ทั้งสามคนไม่เคยมีปัญหาเรื่องการอ่านหนังสือเพื่อเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย เพราะคีย์เองถึงจะไม่ได้เรียนเก่งเท่าอนยูแต่ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับต้นๆของชั้น ส่วนอนยูเป็นถึงความภาคภูมิใจหนึ่งเดียวของโรงเรียนถึงเวลาสอบแทบจะไม่ต้องแตะหนังสือทบทวนด้วยซ้ำไป จงฮยอนเป็นคนที่เรียนเก่งไม่แพ้อนยูทั้งที่เจ้าตัวชอบบ่นกับคนอื่นไปทั่วว่าหัวไม่ดี ทั้งโรงเรียนถึงขนาดเคยลือถึงเรื่องการใช้ชีวิตประจำวันของอนยูและจงฮยอนว่าทำยังไงถึงได้ฉลาดขนาดนี้
อนยูนั้นจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในห้องเรียนตั้งใจเรียนทำให้ไม่เคยต้องไปเรียนเพิ่มเติมเลยซักครั้ง หนำซ้ำพอตกกลางคืนก็อ่านหนังสือทบทวนจนถึงดึกดื่นทุกวัน ทุกคนจึงไม่แปลกใจในการดำเนินชีวิตของเขา
แต่กับจงฮยอน มีข่าวลือว่าเขาเป็นคนที่อ่านหนังสือน้อยมากถ้าเทียบกับอนยู จะมาฟิตอ่านจริงๆก็ช่วงใกล้สอบเท่านั้น ทำให้เป็นที่สงสัยกันมากว่าแล้วเวลากลางคืนที่อนยูใช้มันไปกับการอ่านหนังสือ
จงฮยอนกำลังทำอะไร?
คีย์เคยนึกขำกับคำถามนั้นไปพร้อมๆกับสมเพชตัวเอง
เวลายามค่ำคืนของจงฮยอนน่ะเหรอ...
คงจะมีแต่ตัวเขาเองล่ะมั้งที่รู้ดีที่สุด...
ความจริงที่แม้แต่ตัวจงฮยอนที่กำลังยืนคุยกับอนยูอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้คงยังไม่รู้ตัวเองเลย...
“คีย์ อีก 3 วันจะมีเทสย่อยของภาษาอังกฤษล่ะ นายรู้แล้วใช่มั้ย?”
อนยูหันกลับมาถามคีย์ที่ยืนอยู่ข้างหลังจงฮยอนด้วยรอยยิ้ม คีย์ยิ้มจางตอบกลับไปก่อนจะพยักหน้าตอบ
“คืนก่อนสอบอาจจะต้องอ่านถึงเช้าเลยนะเนี่ย”
“อย่างนายน่ะเหรออนยู? หลับตาทำยังได้เลยมั้ง”
“นี่จงฮยอน ฉันไม่ใช่คีย์นะที่จะท็อปวิชานี้มาตลอดตั้งแต่อยู่ม.ต้นน่ะ”
“นายก็พอกันนั่นแหละอนยู ทำเป็นพูดดีไป ครั้งที่แล้วก็น้อยกว่าฉันแค่คะแนนเดียวเองไม่ใช่หรือไง?”
คีย์พูดกับเพื่อนสนิทที่ชอบชมเขาอยู่บ่อยๆ ก็แค่วิชานี้เขาถนัดกว่าเท่านั้นแหละ อนยูยิ้มจนตาปิดก่อนจะหันไปคุยกับจงฮยอนต่อ
“แล้วนายล่ะจงฮยอน?”
“ฉันเหรอ? จริงๆแล้วมันก็ยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่หรอกนะ คิดว่าคืนนั้นอาจจะต้องอ่านถึงดึกหน่อยน่ะ”
ใบหน้าหวานหันไปมองร่างหนาทันที คืนนี้จงฮยอนจะอ่านหนังสือถึงดึกงั้นเหรอ?
ไม่นานจงฮยอนที่ทำหน้าครุ่นคิดอะไรบางอย่างก็ร้องอ๋อขึ้นมาเหมือนนึกอะไรออก ร่างสูงหันไปจับที่ต้นแขนคนตัวเล็กเบาๆ ใบหน้าคมฉายแววดีใจ
“คีย์ วันนั้นขอไปติวหนังสือที่ห้องด้วยได้มั้ย?”
“อ่า...จริงสิ นายสองคนห้องอยู่ฝั่งตรงข้ามกันเองนี่นา ก็ดีเหมือนกันนะคีย์ นายเองจะได้ติวให้จงฮยอนมันไปแล้วก็ได้ทบทวนไปเองด้วยไง เพราะดูเหมือนยังไงนายก็ไม่กะอ่านเหมือนทุกทีอยู่แล้วนี่?”
...เหมือนทุกทีงั้นเหรอ?...
ไม่ใช่ว่าไม่อยากอ่านหรอกนะ แต่มันไม่มีโอกาสได้อ่านเลยซักคืนต่างหาก...
จงฮยอนยังคงเกาะแขนคีย์พลางทำหน้าอ้อนวอน เห็นจงฮยอนเป็นแบบนี้ทีไรเค้าเองก็ต้องอดใจอ่อนไม่ได้ ก็จงฮยอนน่ะเป็นเพื่อนที่นิสัยดีที่สุดของเค้าคนหนึ่งเท่าๆกับอนยูเลยนี่
ทันทีที่คีย์พยักหน้าตอบรับจงฮยอนก็ยิ้มกว้างแล้วกล่าวขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วยังจะลากคีย์ลงไปเลี้ยงข้าวเป็นการตอบแทนล่วงหน้าอีกต่างหาก ร่างบางจึงเพียงแค่ยิ้มพลางส่ายหัวไปมา ก่อนจะยอมให้จงฮยอนลากตัวเองลงไปกินข้าวด้วยกัน
llllllllll Reflection Of MIRROR llllllllll
“นี่คีย์ เมื่อไหร่นายจะตกลงคบกับหมอนั่นเป็นเรื่องเป็นราวซักทีล่ะ?”
คำถามของอนยูทำให้คีย์ที่กำลังตักข้าวเข้าปากถึงกับชะงัก เพื่อนร่างอวบมองออกยังคนที่กำลังซื้อผลไม้อยู่ข้างหลังเป็นเชิงบอกว่าจงฮยอนยังยังไม่ได้เดินกลับมาที่โต๊ะเพื่อให้คีย์ตอบคำถามของเค้าได้สะดวก
ร่างบางถอนหายใจเสียงเบา และเลือกที่จะคว้าแก้วน้ำมาดูดแทนที่จะตอบ
“นายจะบอกว่านายไม่รู้งั้นเหรอคีย์ว่าจงฮยอนคิดยังไงกับนาย?”
“...จงฮยอนรักฉันมากๆ อนยู”
เสียงใสเอ่ยหนักแน่นราวกับเป็นสิ่งที่รับรู้มาโดยตลอด ใช่..เรื่องแค่นี้ทำไม่คีย์จะไม่รู้
อนยูยิ่งได้ยินคำที่ออกมาจากปากเพื่อนสนิทสิ่งทำหน้าไม่เข้าใจมากขึ้นไปอีก
“นายก็รู้ดีอยู่แล้วนี่คีย์ แล้วทำไม...”
“อนยู...บางครั้งกระจกที่มันส่องสะท้อนทุกอย่างตรงไปตรงมา...อาจจะยังมีบางมุมที่มันส่องสะท้อนไปไม่ถึงอยู่ก็ได้นะ”
ยังไม่ทันที่จะแปลสารที่คีย์ส่งมาให้ จงฮยอนก็เดินถือถุงใส่ผลไม้กลับมาที่โต๊ะด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม คีย์หันกลับไปรับถุงผลไม้เหล่านั้นมากก่อนจะส่งต่อให้อนยูส่วนหนึ่ง
ร่างอวบที่นั่งอยู่ตรงข้ามไม่ได้พูดอะไรต่อ มีแต่คิ้วที่ขมวดกันมุ่นกับคำพูดของเพื่อนสนิท
ใครๆต่างก็บอกว่าคีย์ดูเป็นคนที่มีความลับยากที่จะเข้าใจ นั่นก็อาจจะเป็นเรื่องจริง
เพราะแม้แต่เค้าที่เป็นเพื่อนสนิทยังรู้สึกมาตลอดว่าร่างเล็กตรงหน้านี้ยากที่จะเข้าถึงและเข้าใจ...
llllllllll ภาพสะท้อนของกระจก llllllllll
“อ๊า...อ๊ะ...” เสียงครางเบาหวิวของคีย์ดังขึ้นทันทีที่ริมฝีปากอิ่มของจงฮยอนเข้าครอบครองส่วนอ่อนไหว ร่างหนาทั้งดูดดุนและเร่งจังหวะขยับจากช้าจนถี่เร็วขึ้นเรื่อยๆ
ยิ่งได้ยินเสียงครางหวานหู คนกระทำยิ่งได้ใจ...
มืออีกข้างของจงฮยอนไม่ปล่อยให้อยู่เฉย มือหนาละจากการตรึงข้อมือเล็กบนเตียงมาเพื่อสอดใส่นิ้วเรียวเข้าไปในช่องทางอุ่นร้อน และเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆจนช่องทางนั้นคับแน่น
แช่ทิ้งไว้ไม่นานนิ้วทั้งสามก็ขยับเข้าออกเป็นจังหวะไปพร้อมๆกับปากอิ่มที่ยังทำหน้าที่ปลุกเร้าได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ยิ่งเร็ว ยิ่งถี่รัวจนอีกคนแทบจะขาดใจ...
ร่างบางยังคงครวญครางดิ้นไปมาอยู่บนเตียงที่ยับยู่ยี่ไม่ต่างจากทุกค่ำคืน มือเล็กขยำลงบนกลุ่มผมนุ่มเพื่อนระบายอารมณ์ร้อนที่จงฮยอนเป็นคนปลุกมันขึ้นมา เรียวปากบางเผยอหอบเอาอากาศเข้าไปอย่างยากลำบาก สัมผัสที่จงฮยอนมอบให้แต่ละครั้งนั้นสร้างความหวาบหวิวให้เค้าได้ทุกครั้ง แม้จะเป็นแบบนี้กี่ค่ำคืนแต่ร่างกายก็ไม่รู้จักคุ้นชิน มีแต่จะยิ่งต้องการมากขึ้นเรื่อยๆอย่างห้ามไม่ได้
“อะ..จะ..จงฮย...”
เสียงร้องเรียกขาดช่วงเมื่อเจ้าของชื่อกลับขึ้นมาครอบครองริมฝีปากอิ่มแทน ริมฝีปากร้อนกดจูบแนบแน่นพร้อมกับส่งเรียวลิ้นอุ่นชื้นเข้าสู่โพรงปากร้อนเพื่อตักตวงความหวาน ขณะเดียวกันร่างหนาก็ถอดถอนนิ้วของตัวเองออกรวดเร็วจนคีย์รู้สึกวาบหวิวในช่องท้อง แต่ไม่นานคนที่เพิ่งจะเปลี่ยนมาคร่อมร่างเล็กไว้ค่อยๆใช้เข่าแยกขาเล็กออกจากกันก่อนจะสอดใส่สิ่งที่ใหญ่กว่าเข้าไปยังช่องทางที่ถูกทำให้คุ้นชินเมื่อครู่
เรียวปากบางร้องครางลั่น แต่มีหรือที่จงฮยอนจะใส่ใจ คนที่อยู่ด้านบนขยับจังหวะกระแทกอย่างหนักหน่วงทันทีที่แกนกายเข้าไปถึงส่วนที่ลึกที่สุดของคีย์ สะโพกหนาเริ่มขยับเป็นจังหวะเร็วขึ้นเรื่อยๆ เหงื่อเม็ดใสรวมตัวกันที่ปลายเส้นผม ริมฝีปากอิ่มเผลอรับเอาอากาศเข้าไปก่อนจะยกยิ้มพอใจ...ข้างในของคีย์ยังคงคับแน่นและร้อนแรงจนแทบจะหลอมละลายเค้าได้ไม่เคยเปลี่ยน...
“เป็นไงล่ะคีย์บอม...? วันนี้จงฮยอนมันบอกรักนายไปกี่รอบแล้วล่ะ?”
คำถามประชดประชันออกมาจากปากเจ้าของชื่อที่กำลังพูดถึงอีกคนที่อยู่ในร่างเดียวกันกับเค้า อีกคน...ที่ได้ใช้เวลาในตอนกลางวันอยู่กับคิมคีย์บอม...
“อึก..มะ..ไม่..อ๊ะ...”
“มันได้จูบนายไปกี่ครั้ง? ทับรอยของฉันมั่งหรือเปล่านะ?”
ไม่พูดเปล่า ใบหน้าคมก้มลงไปดูดเม้มหนักๆที่ซอกคอขาวจนเกิดรอยแดงขึ้นมาอีก
น้ำตาเม็ดใสค่อยๆไหลรินออกมาจากดวงตาเรียวเล็ก จงฮยอนก้มลงไปดูดซับหยดน้ำเหล่านั้นแผ่วเบาก่อนจะเร่งจังหวะกระทั้นให้หนักหน่วงและถี่รัวกว่าเดิมจนสะโพกมนแทบจะลอยขึ้นมาจากเตียง
มือข้างหนึ่งของจงฮยอนค่อยๆลูบไล้ไปตามใบหน้าหวานในขณะที่ตัวเองต้องเผลอกัดริมฝีปากเพราะช่องทางอุ่นร้อนของคีย์ที่บีบรัดจนเขาแทบคลั่ง ใบหน้าคมจัดก้มลงไปกระซิบชิดใบหู
“คิมคีย์บอมจะต้องเป็นของคิมจงฮยอนในทุกคำคืนเท่านั้น...นายจะต้องเป็นของฉันคนเดียวเท่านั้น...”
สิ้นเสียงทุ้มที่แหบพร่าบทรักอันร้อนแรงของคนทั้งคู่ยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด จนกว่าจะถึงเวลาที่จงฮยอนสนุกกับร่างของเขาจนพอใจแล้วเดินกลับไปที่นอนที่ห้องตัวเอง...
เพื่อที่จะได้ตื่นขึ้นมาเป็นคิมจงฮยอนคนเปิดประตูมาพบกับเค้าในทุกเช้า...
จงฮยอนคนที่หลงรักคีย์อย่างสุดหัวใจ...
llllllllll Reflection Of MIRROR llllllllll
“อ้าวคีย์...ไม่ค่อยสบายเหรอ?”
ทันทีที่เดินเข้ามาในห้อง เพื่อนสนิทอย่างอนยูก็เอ่ยทักร่างบางที่วันนี้มีผ้าผีนหน้าพันรอบคอเหมือนคนที่กำลังหนาวอยู่ยังไงยังงั้น จงฮยอนที่เดินจากที่หอมาพร้อมกับคีย์เช่นทุกวันกลับเลือกที่จะเป็นคนตอบคำถามอนยูแทนร่างบางที่ค่อยๆพาตัวเองไปนั่งที่โต๊ะประจำ
“อืม...เมื่อเช้าตอนเปิดประตูห้องออกมาก็เห็นบ่นอยู่ว่ารู้สึกหนาวๆน่ะ”
“อ่า...อย่างงั้นเหรอ จริงด้วยสินะ ใกล้หน้าหนาวเข้ามาเรื่อยๆแล้วนี่นา”
“อื้ม...ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงนะ”
เสียงหวานเอ่ยพูดกับอนยูเบาๆ มือเล็กขยับผ้าพันคอให้คลายออกนิดหน่อย จริงอย่างที่อนยูว่า ฤดูหนาวเริ่มใกล้เข้ามาทุกทีแต่อากาศที่เย็นขึ้นนั้นเป็นเพียงจุดประสงค์รองที่ทำให้คีย์ต้องพันผ้าพันคอมาในวันนี
จุดประสงค์หลัก...มันเป็นเพราะรอยสีกุหลาบที่จงฮยอนคนเมื่อคืนสร้างไว้ที่คอของเขาต่างหาก...
“แล้ว...คืนนี้นายจะอ่านหนังสือไหวเหรอคีย์?”
“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวยังไงคืนนี้ฉันก็จะไปอ่านหนังสือที่ห้องคีย์อยู่แล้ว อย่างน้อยมีอะไรจะได้ช่วยเหลือได้ทัน”
จงฮยอนตอบแทนคีย์อีกครั้งก่อนจะหันกลับมายิ้มกว้างให้ร่างบางที่นั่งอยู่ใกล้ๆกัน
“จริงสินะ ยังไงก็ดูแลคีย์มันดีๆแล้วกัน เกิดไข้ขึ้นพรุ่งนี้มาสอบไม่ไหวจะแย่เอานะ”
“ไว้ใจฉันเหอะน่า จงฮยอนไม่ปล่อยให้คีย์บอมเป็นอะไรไปหรอก”
“เอ๊อ~ เชื่อเว้ยเชื่อ!~ แทบจะดูแลได้ตลอดชีวิตเลยมั้งนั่น?”
เสียงแซวของอนยูไม่ได้เข้าหูของร่างหนาเลยแม้แต่นิด สิ่งที่จงฮยอนกำลังให้ความสนใจกลับเป็นร่างบางที่กำลังระบายยิ้มบนใบหน้าหวานให้เค้า...คิมคีย์บอม...คือดอกไม้ที่แสนงดงามสำหรับจงฮยอนเสมอ...
llllllllll ภาพสะท้อนของกระจก llllllllll
หลังเลิกเรียน จงฮยอนบอกกับคีย์หลังจากที่เดินมาหยุดลงตรงที่หน้าประตูห้องของทั้งคู่แล้วว่าจะขอเข้าห้องไปเอาหนังสือที่จำเป็นก่อนแล้วจะตามมาที่ห้องคีย์ทีหลัง คนตัวเล็กพยักหน้ารับรู้แล้วเดินเข้าห้องของตัวเองไป
ร่างบางเตรียมหนังสือที่จำเป็นจะต้องอ่านคืนนี้ออกมากองบนเตียงสีอ่อน แต่สายตาก็พลันไปเห็นร่องรอยบางอย่างที่เป็นผลมาจากบทรักบนเตียงของเค้ากับจงฮยอนเมื่อคืน มือเล็กรีบดึงผ้าห่มขึ้นไปปิดรอยน้ำสีขุ่นที่แห้งติดกับผ้าปูเตียงทันที...คิดว่าจัดการเรียบร้อยแล้วเสียอีก...ยังมีเหลือรอยไว้อีกเหรอ..?
ร่างบางหันกลับไปมองที่ประตูห้องสีชอมพูจางก่อนจะหันกลับมามองนาฬิกาเรือนโปรด
...ผ่านไป 30 นาทีแล้ว จงฮยอนยังเตรียมของไม่เสร็จอีกเหรอ?
ทันใดนั้นความคิดบางอย่างก็แล่นตรงเข้าสู่โสตประสาท จงฮยอนเป็นคนที่กลับมาจากโรงเรียนแล้วจะอ่านหนังสือทบทวนอีกเล็กน้อยก่อนจะเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ ...ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลที่เมื่อจงฮยอนตื่นขึ้นก็เท่ากับว่าคิมจงฮยอนที่จะต้องมาหาเค้าที่ห้องนี้ทุกคืนได้ตื่นขึ้นมาด้วย...
แล้วถ้าเกิดว่า...จงฮยอนเกิดเผลอหลับไปตอนนี้ล่ะ...
กว่าที่จะได้คิดอะไรมากไปกว่านี้ เสียงเปิดประตูห้องก็ดังขึ้น คีย์รีบหันควับกลับไปมองทางต้นเสียงทันที หัวใจดวงนเอนเต้นถี่เร็วซะเหมือนมันจะหลุดออกมาให้ได้ เหงื่อเม็ดใสผุดไหลลงมาตามใบหน้า
...คนที่จะก้าวเข้ามา..คือจงฮยอนคนไหนกัน...?
ประตูเปิดออกช้าๆ ร่างหนาที่ในมือหอบหนังสือมากมายค่อยๆก้าวเข้ามาในห้องอย่างทุลักทุเล คีย์ถอนหายใจออกมาเสียงดังเมื่อเห็นท่าทีงักๆเงินๆของจงฮยอน ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มก่อนจะเดินเข้าไปช่วยแบ่งหนังสือในมือของแขกผู้มาเยือนมาบ้าง
ดูเหมือนว่ายิ่งดึกอากาศจะยิ่งเย็นขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ความรู้สึกง่วงเหงาหาวนอนก็ค่อยๆคืบคลานเข้ามาช้าๆ จงฮยอนที่ดูตั้งอกตั้งใจกับการอ่านหนังสือกลับไม่มีท่าทีง่วงนอนเลยซักนิด
พอคีย์ลองออกปากถาม เจ้าตัวก็ยิ้มกว้างแล้วบอกว่ากินกาแฟเตรียมตัวมาเรียบร้อยแล้ว ได้ยินดังนั้นคีย์เลยขอตัวเข้าไปล้างหน้าล้างตาให้สดชื่นขึ้นมาเสียหน่อย
มือบางดึงผ้าพันคอออกก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปล้างหน้า ไม่นานก็เดินออกมาพร้อมกับหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กซับหยาดน้ำบนใบหน้า และเดินกลับมานั่งลงบนพื้นที่มีแต่หนังสือกระจัดกระจายไปทั่ว
ดวงตาคมแอบเผลอมองคนน่ารักที่นั่งลงข้างๆ ปอยผมบางส่วนเปียกน้ำ ดวงตาเรียวเล็กน่าค้นหา จมูกโด่งรั้น ริมฝีปากสีชมพูอ่อนได้รูป จงฮยอนกำลังหลงใหลคีย์มากขึ้นทุกทีๆ
แต่ยังไม่ทันที่จะได้มองอะไรมากไปกว่านั้น สายตาคมกรับก็เผลอไปเห็นบางสิ่งบางอย่างเข้า
“คีย์ ที่คอนั่นรอยอะไรเหรอ?”
สิ้นคำถามร่างบางก็รีบหันหลับไปหยิบเอาผ้าพันคอผืนเดิมมาตวัดไว้รอบคอละหงส์ คีย์แสร้งกระแอมไอสองสามครั้งเหมือนคนป่วย
“ไม่มีอะไรหรอก..เมื่อวันก่อนแมลงมันกัดเอาน่ะ”
“งั้นเหรอ...คีย์บอมอา...ดูแลตัวเองให้ดีๆนะ ฉันเป็นห่วง...”
เสียงทุ้มเบาหวิวในท้ายประโยค จงฮยอนเบี่ยงหน้าหลบไปอีกทาง ในขณะที่หัวใจมันกลับเต้นถี่เสียจนกลับว่าคนที่นั่งข้างๆกันจะได้ยิน ริมฝีปากได้รูปยกยิ้มละไม
...บางที...อาจจะต้องพูดเสียที....
“คีย์...”
เจ้าของชื่อไม่ได้ตอบรับอะไร เพียงแค่มองใบหน้าคมที่ค่อยๆหันหลับมาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาเค้านิ่ง จงฮยอนยิ้มอบอุ่น...มันอบอุ่นเสียจน...หัวใจคีย์รู้สึกอุ่นไปด้วย...
ไม่มีคำพูดอะไรออกมาต่อจากนั้น...
ริมฝีปากอุ่นเข้าประทับแผ่วเบาลงที่กลีบปากสีชมพูอ่อน สัมผัสนุ่มนวลและอ่อนโยน เนิ่นนานแต่ชวนให้เคลิบเคลิ้มสัมผัสจากจงฮยอนคนนี้ที่คีย์ไม่เคยได้รับ...จูบที่ไม่ได้ร้อนแรงจนสร้างอารมณ์ใคร่ได้เหมือนทุกครั้ง...
...จูบของคนที่รัก...
จงฮยอนค่อยๆถอนริมฝีปากออกมาช้าๆ ใบหน้าคมคลี่ยิ้มจริงใจให้คนที่ยังนั่งนิ่ง
ข้อโป้งถูกยกขึ้นมาเกลี่ยผะแผ่วที่ริมฝีปากบาง ก่อนที่จะย้ายไปไล่เกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปิดบังใบหน้าหวานอย่างรักใคร่...
“ฉันรักนายนะคีย์...”
ร่างบางไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่พยักหน้ารับเบาๆ น้ำตาที่รื้นอยู่บนขอบตาถูกกลั้นเอาไว้อย่างแนบเนียน ก่อนที่มือเล็กจะค่อยๆบรรจงเปิดหนังสือหน้าถัดไป
จงฮยอนเองก็เพียงแค่ยิ้ม ไม่ได้หวังจะได้รับอะไรตอบกลับมาในเวลานี้ เพียงแค่อยากบอกให้คีย์ได้รับรู้ บอกจากริมฝีปากนี้...บอกให้รู้ ว่าจงฮยอนคนนี้รักคีย์มากแค่ไหน...
ในอีกด้านหนึ่ง สิ่งเดียวที่ทำให้คีย์ไม่กล้าบอกเรื่องราวของจงฮยอนอีกคนให้จงฮยอนคนตรงหน้าเค้าได้รับรู้นั่นก็เพราะคิมจงฮยอนคนนี้รักคิมคีย์บอมมากเกินไป...
ความรักที่จงฮยอนคนนี้มีให้เค้ามันมากเกินกว่าที่คีย์จะกล้าบอกเรื่องราวอีกด้านที่เจ้าตัวไม่เคยรับรู้...
ความอ่อนโยนของจงฮยอนคนนี้ทำให้คีย์ไม่กล้าแม้แต่จะบอกที่มาของรอยรักทั่วร่างกายของเค้า...
เพราะจงฮยอนคนนี้...
บริสุทธิ์เกินกว่าจะมารับรู้เรื่องราวที่สกปรกโสมมระหว่างเค้ากับอีกตัวตนหนึ่งของตัวเอง...
llllllllll Reflection Of MIRROR llllllllll
คืนนั้นทั้งคืนทั้งคีย์และจงฮยอนก็ไม่ได้นอน เมื่อแสงสว่างของเช้าวันใหม่เข้ามาทักทายทั้งคู่ก็เพียงแค่แยกกลับไปอาบน้ำที่ห้องของตัวเองและออกมาเตรียมเดินไปโรงเรียนพร้อมกันดังเช่นทุกวัน
คิดว่าการอ่านหนังสือจนถึงเช้าครั้งนี้ของจงฮยอนจะได้ผลดีเกินคาด ร่างหนาจึงดีใจออกหน้าออกตาทันทีที่เดินออกมาจากห้องสอบ คีย์เองเพียงแค่ยิ้มให้กับคนที่เอาแต่เดินมาจับมือแล้วขอบคุณเค้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หลังเลิกเรียน จงฮยอนและคีย์ยังคงเดินกลับหอด้วยกันเหมือนทุกครั้ง แต่เมื่อทั้งคู่หยุดลงที่หน้าห้องของตัวเองแล้วเตรียมที่จะเปิดประตู จงฮยอนก็รีบหันกลับมาหาคีย์เหมือนเพิ่งจะนึกอะไรออก
“จริงสิ จำได้ว่าเมื่อวานฉันยังไม่ได้ขนหนังสือกลับจากห้องนายเลยนี่นา ถ้ายังไงขอฉันเข้าไปเก็บแป๊บนึงนะคีย์”
“ได้สิ...”
ร่างบางรับคำก่อนจะเปิดประตูสีชมพูจางให้อีกคนได้เข้ามาในห้อง
หนังสือยังคงกระจัดกระจายทั่วห้อง จงฮยอนนั่งลงบนพื้นเหมือนเมื่อคืนก่อนจะค่อยๆหยิบรวบรวมหนังสือของตนเองมากองไว้ด้วยกัน มือหนาหยิบหนังสือเล่มหนึ่งมาเปิดดูเหมือนกับต้องการเช็คว่าคำตอบที่ตอบลงไปในข้อสอบวันนี้นั้นตรงกับที่ได้ท่องจำมาเมื่อคืนหรือไม่ คีย์เห็นดังนั้นจึงแค่ยิ้มบางก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปปล่อยให้เด็กเรียนได้นั่งทบทวนสิ่งที่ตนเองทำไปวันนี้เงียบๆคนเดียว
แต่เมื่อร่างบางเดินออกมาจากห้องน้ำ คนที่ยังขยันเปิดหนังสืออยู่เมื่อครู่กลับฟุบหลับลงไปบนเตียงสีหวานของคีย์เสียแล้ว เจ้าของห้องคลี่ยิ้มก่อนจะเดินไปดึงหนังสือออกจากมือจงฮยอนอย่างเบามือเพื่อไม่ให้คนที่กำลังฟุบหลับรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา
คีย์จัดการแยกกองหนังสือของจงฮยอนและของตัวเองออกเรียบร้อย ใบหน้าหวานหันไปมองคนที่ยังหลับสบายอีกครั้ง นิ้วเล็กยกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปิดใบหน้าคมจัด ยิ้มให้กับตัวเองบางๆแล้วหันกลับมายกกองหนังสือของตัวเองเดินกลับไปไว้บนชั้น
แต่เมื่อคีย์หันหลังให้กับเตียงเพื่อเรียงหนังสือบนชั้น เสียงขยับตัวของคนที่นอนฟุบอยู่ก็ดังขึ้น จากนั้นไม่กี่วินาทีร่างทั้งร่างก็ถูกเหวี่ยงลงบนเตียงนุ่มพร้อมกับร่างหนาที่ตามมาขึ้นคร่อม
“เหมือนไม่ได้เจอกันนานเลยนะคีย์...”
เสียงทุ้มเอ่ยเย็นจนคีย์เริ่มเข้าใจ จงฮยอนเผลอหลับไปแล้วตื่นขึ้นมา...พร้อมๆกับจงฮยอนคนที่ไม่ได้เจอเค้ามาหนึ่งคืนสินะ...
มือหน้าจัดการรวบข้อมือเล็กทั้งสองข้างไว้ด้วยมือข้างเดียว ก่อนที่มืออีกข้างจะกระชากเสื้อนักเรียนตัวบางออกจากร่างเล็กทันที ผิวสีน้ำนมเด่นชัดสู่สายตา จงฮยอนก้มลงซุกไซร้หาความหอมบนหน้าอกเนียนทันที
“ย..อย่านะ...จงฮยอน...”
“หึ พูดถึงจงฮยอนคนไหนกันล่ะ? จงฮยอนคนนี้หรือจงฮยอนคนที่อยู่กับนายเมื่อคืน?”
คำพูดประชดประชันออกมาจากปากเดิม ไม่รอให้คีย์ได้ตอบจมูกโด่งก็เข้าสูดดมความหอมที่ซอกคอขาว ปากอิ่มจัดการขบเม้มสร้างรอยรักทับรอยเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า เสียงครางจากร่างข้างใต้เริ่มดังขึ้นทันทีที่มือหนาอีกข้างเริ่มลูบไล้ที่หน้าอกขาวและไล่ต่ำลงไปเรื่อยๆผ่านหน้าท้องแบนราบและหยุดลงที่ขอบกางเกง
“มันถามหรือเปล่าล่ะ? รอยที่คอนายน่ะ แล้วนายได้ตอบมันไปหรือเปล่าว่าใครที่เป็นคนสร้างมันขึ้นมา?”
จงฮยอนจัดการแทรกมือหน้าเข้าไปใต้กางเกงนักเรียน สัมผัสของมือร้อนที่จุดอ่อนไหวทำเอาคีย์ถึงกับสะดุดลมหายใจตัวเอง ซ้ำมือหนานั้นก็อยู่ไม่สุขกลับลูบไล้เพื่อปลุกเร้าอารมณ์บางอย่างของร่างบางให้ปะทุขึ้นมา
ร่างหนาดึงมือข้างเดิมออกมาเพื่อถอดอุปสรรคกีดขวางทุกอย่างออกไปให้พ้น ร่างขาวเนียนตรงหน้าช่างยั่วยวนใจจงฮยอนเหลือเกิน ตาคมมองไล่สำรวจรอยรักมากมายที่เค้าทำทิ้งไว้...
...ที่ซอกคอ...
...ที่หน้าอกเนียน...
...ที่หน้าท้องแบนเรียบ...
...ที่โคนขาด้านในทั้งสองข้าง...
ทุกที่...คิมจงฮยอนคนนี้ล้วนได้จับจองแล้วทั้งนั้น...ไม่ว่าใครก็ไม่มีสิทธิมาแย่งร่างนี้ไปจากเค้า!!
“อา..จงฮ..ยอน...อ๊ะ..”
เสียงหวานร้องครวญครางเมื่อมือใหญ่เริ่มปลุกเร้าแกนกลางของเค้าอีกครั้ง มืออีกข้างของจงฮยอนปล่อยจากข้อมือทั้งสองข้างของคีย์ก่อนจะปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองบ้าง
จังหวะที่มือร้อนเร่งเร้าให้คีย์ต้องอ่อนแรง เรียวปากบางเฉียบทำได้แค่ร้องครางออกมาด้วยอารมณ์วาบหวามเกินข้ามใจ จงฮยอนประกบปากตัวเองลงกับปากนุ่มอีกครั้ง ลิ้นร้อนเข้าชอนไชหาความหวานทุกอณู จมูกโด่งรั้นถูกันไปมาจากการที่คนด้านบนพยายามบดเบียดปรบเปลี่ยนองศาการจูบให้ร้อนแรงขึ้น
มือใหญ่จัดการพลิกร่างบางให้นอนคว่ำลงพร้อมกับสอดใส่ส่วนที่แข็งขืนของตัวเองเข้าไปทันที
ดวงตาคู่เล็กเบิกโพลงด้วยความเจ็บปวดและไม่นานน้ำใสก็ค่อยๆไหลลงมาจากดวงตาคู่สวย จงฮยอนแช่ตัวค้างอยู่ในช่องทางคับแคบซักพักเพื่อให้ช่องทางอุ่นร้อนได้ปรับตัวก่อนจะค่อยๆขยับและเร่งจังหวะขึ้นเรื่อยๆ
“อ๊ะ..อ๊า...จะ...เจ็บ....อา...”
“เจ็บเหรอ? เจ็บมากมั้ยล่ะ? แล้วทำไมร่างกายนายถึงได้ตอบสนองฉันขนาดนี้ล่ะคีย์?”
คำถามที่คีย์เองก็ตอบไม่ได้หลุดออกมาจากริมฝีปากได้รูปที่ก้มลงมากระซิบข้างหูสั่นเคลือ คีย์กัดริมฝีปากตัวเองแน่นด้วยความรู้สึกเจ็บปวดแต่ไม่นานก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นความรู้สึกเสียวซ่าน และไม่ช้าความรู้สึกดีก็เข้ามาแทนที
จงฮยอนยิ่งขยับถี่รัวขึ้นเรื่อยๆ มือหนาบีบคลึงสะโพกมน ก่อนที่จะก้มลงไปประทับรอยรักไว้บนนั้นอีกทีหนึ่ง
จังหวะการเข้าออกรุนแรงและหนักหน่วงอย่างสม่ำเสมอ มีเร่งบ้างในบ้างครั้งที่คีย์ร้องครางส่งเสียงให้จงฮยอนรู้ว่าโดนเข้ากับจุดกระสัน
มือหนาจัดการพลิกร่างบางให้กันกลับมานอนหงายประชันหน้าเค้าอีกครั้ง...
บนใบหน้าขาวที่เริ่มขึ้นสีฝาดยังคงดูน่ามองอยู่ตลอดเวลา...
ริมฝีปากอิ่มเผยอร้องครางไปก็พยายามไขว่คว้าหาอากาศเข้าไป...
เหงื่อเม็ดใสไหลท่วมเต็มร่าง...
จงฮยอนก้มลงไปมอบจูบอันร้อนแรงให้กับคีย์อีกครั้ง ก่อนจะถอดถอนออกมาเพียงนิดทิ้งให้ลมหายใจอุ่นๆปะทะกันและกัน จมูกโด่งชิดกับจมูกเล็กในขณะที่ส่วนล่างของร่างกายยังคงเร่งเร้าจังหวะให้คนใต้ร่างครวญครางได้เป็นระยะๆ คีย์ค่อยๆปรือตาขึ้นมองหน้าคมจัดที่อยู่ห่างกับเต้าเพียงลมหายใจกางกั้นช้าๆ
“มีความสุขมากสินะ? มันรักนายมากสินะคีย์? จูบมันไปกี่ครั้งแล้วล่ะ? แล้ว...”
ยังไม่ทันที่คำพูดต่อไปจะหลุดออกมาจากปากอิ่ม คีย์รีบเอื้อมมือไปกดศีรษะของคนที่อยู่ด้านบนให้ก้มลงมารับจูบร้อนที่เค้าเป็นคนมอบให้เสียก่อน เรียวลิ้มเล็กไล่ต้อนลิ้นหนาอย่างซุกซนก่อนที่จะถอนถอนออกมาเพียงนิดเหมือนดังครั้งแรก หยาดน้ำใสไหลเยิ้มออกมาจากลิ้นชื้นที่ยังไล้เล็มรอบๆกลีบปากบาง
“หยุดถามได้แล้ว...”
เสียงเล็กเอ่ยยิ้มๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นใบหน้าเหยเกเมื่อส่วนแข็งขืนของจงฮยอนกระแทกโดนจุดสร้างความรู้สึกอีกครั้ง คีย์ครงออกมาเบาๆ มือเล็กลูบไล้เบาที่ข้างแก้มที่เต็มไปด้วยเหงื่อของคนที่กำลังสร้างความรู้สึกเสียวกระสันให้เค้า
“คิมคีย์บอมรักคิมจงฮยอนคนนี้ที่สุด...ได้ยินมั้ย...?”
ดึงใบหน้าคมลงมากดจูบอีกครั้งแล้วก็ต้องครางออกมาเสียงดังเมื่อจงฮยอนเร่งจังหวะกระแทกถี่รัวจนร่างบางเกือบหยุดหายใจ
อุณหภูมิในห้องร้อนขึ้นเรื่อยๆตามความต้องการของคนสองคน...
ค่ำคืนที่แสนยาวนานของคนที่ต้องการ...กับคนที่อยากได้รับการตอบสนอง...
ค่ำคืนของคนสองคนที่เต็มไปด้วยความลึกลับชวนให้ค้นหา...
และต่อให้ค้นหาเท่าไหร่...ก็ยิ่งไม่จบไม่สิ้น...ยังจะต้องค้นหาอีกเรื่อยไปจนกว่าจะพอใจ...
llllllllll ภาพสะท้อนของกระจก llllllllll
แสงสว่างยามเช้าเข้ามาทันทายร่างผ้าห่มบนเตียงนุ่ม จงฮยอนค่อยๆเปิดเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นมาอย่างยากลำบากแล้วก็ต้องกลับตาลงอีกครั้ง ในหัวรู้สึกเหมือนมีคนมาตีกลองนับสิบ
ดวงตาคมค่อยๆลืมตาขึ้นมาช้าๆอีกครั้ง
แสงที่เล็ดลอดเข้ามาทางหน้าต่างข้างเตียงทำให้จงฮยอนมั่นใจว่าที่นี่ไม่ใช่ห้องของตัวเองแน่
แล้วถ้าอย่างนั้น...ที่นี่ที่ไหน?
ก่อนที่จะได้คิดสงสัยอะไรไปมากกว่านี้ ภาพใบหน้าหวานที่คุ้นเคยก็เด่นชัดอยู่ตรงหน้า
คีย์นอนหันหน้าเข้าหาเค้าในสภาพเปล่าเปลือยใต้ผ้าห่มและหมอนใบเดียวกัน ใบหน้าหวานแดงเรื่อด้วยแสงที่สาดส่องเข้ามากระทบ หากแต่สิ่งที่ทำให้จงฮยอนแทบจะหยุดหายใจกลับเป็นน้ำตาที่ค่อยๆไหลรินออกจากดวงตาสีนิลช้าๆ
จงฮยอนกำลังงุนงง...
ทำไมเค้ากับคีย์ถึงได้มานอนอยู่ที่นี่ บนเตียงเดียวกัน และถ้าจะพอมีสติ...ร่างของเขาทั้งคู่ต่างก็เปลือยเปล่า...
ยังไม่ทันที่จงฮยอนจะได้พูดอะไรออกมา...
ริมฝีปากสีชมพูยกยิ้มทั้งที่ดวงตายังมีหยดน้ำใสไหลรินลงมาเป็นทาง...
“คิมคีย์บอม...ของคิมจงฮยอนไงล่ะ...”
กระจกเอย...ทำไมถึงไม่ส่องสะท้อนเขาอย่างตรงไปตรงมาบ้างนะ...?
เพิ่มดิท*ขอบคุณลูกชายมากสำหรับรูปค่ะ TT
Mirror* Talk: โฮกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก =[]=
มันจบซักทีโว้ย!!!! T_______T มันจบแล้วอ่ะ ฮือ...มันจบแล้ว...(เป็นอะไรมากมั้ย?)
คือเรื่องนี้พอถึงตรงทอล์คแล้วอยากจะพูดอะไรหลายๆอย่างมาก TT
1.ฟิคเรื่องนี้เป็นเรทเค-ป๊อปเรื่องแรกของอิกระจก TT ฮึก...จริงจังอ่ะ เค้าไม่เคยแต่งเรทนักร้องเกาหลีเลยนะเว้ย เรื่องแรกจริงๆนะ TT ฮึก
2.เรทมันรุนแรงไปจริงดิ? = = (คือส่วนตัวยังคิดว่าแรงเลย ฮา~) แรกๆก็ไม่กล้าแต่งหรอกค่ะ แต่พอถึงช่วงสุดท้ายที่จงฮยอน(ดาร์ค(?))รู้ว่าเมื่อคืนที่ตัวเองไม่ได้ตื่นขึ้นมาหาคีย์ จงฮยอน(ไลท์(?))อยู่กับคีย์ทั้งคืนนั่นแหละ = = พิมพ์ซะมันมือเลย (เรทเรื่องแรกจริงๆนะ TT)
3.สัญญาว่าจะไม่ทำร้ายน้องแบบนี้อีกแล้ว TT *ดึงจงฮยอนเข้ามากอด* กุขอโทษนะเว้ยจงฮยอน...TT จะไม่เอาแกมาทำแบบนี้อีกแล้ว แกควรจะเป็นพระเอกแสนดีโรแมนติกอยู่ในฟิคชั้นต่อไปดีกว่า TT ไม่เอาแกดาร์คแล้วเน๊อะ ฮึก...จะไม่ให้แกดาร์คแล้ว T_T *เพ้อ*
*ดึงน้องคีย์ไปให้จงฮยอนกอด(?)*น้องคีย์...TT นูน่าขอโทษนะคะ นูน่าจะไม่รังแกหนูอีกแล้วค่ะ นูน่าจะให้อิจงมันถนุถนอมหนูนะคะ จะไม่ให้มันมาดาร์คใส่หนูแล้วค่ะ
โคตรรู้สึกผิดจริงจังอ่ะ TT คือตอนบนแมร่งก็ไม่ได้คิด พล็อตก็ออกมาแล้ว คิดแต่ว่า มันต้องสนุกเว้ย TT ไปๆมาๆพอมาพิมพ์จริงๆแบบ
เฮ้ย...กุทำร้ายจงคีย์มากไปป่ะวะ? TT มันไม่ใช่จงคีย์ในแบบของกระจกอ่ะค่ะ (มั่นใจมาก?)
ตอนแต่งฟิคเรื่องนี้กดดันมากๆ
กดดันเพราะมันเป็นฟิคแก้บน เราจำเป็นต้องแต่ง มันเลี่ยงไม่ได้
กดดันเพราะมันเป็นฟิคเรท
กดดันที่ต้องรังแกน้องคีย์
กดดันที่ต้องทำร้ายจงฮยอน คนที่อยู่ในฟิคกระจกเรื่องไหนจะต้องโรแมนติก อบอุ่นเสมอ
กลัว...ว่าหลังจบเรื่องนี้ทุกคนจะมองจงฮยอนในฟิคของกระจกเปลี่ยนไป...
แต่มันจำเป็นที่ต้องออกมาเป็นแบบนี้จริงๆ ขอโทษด้วยนะคะ
สำหรับเรื่องฟิค
ไหนใครไม่เคลียร์ยกมือขึ้น^^ *ยกมือพรึ่บพับ*
TT มันก็เหมือนเรื่องกระจกนั่นแล๊~~~~
จงฮยอนมีสองคนในร่างเดียวกันค่ะ แต่มันต่างตรงที่ว่าจงฮยอนดาร์คนี่จะมาตอนกลางคืน พอกลับไปนอนตื่นขึ้นมาก็เป็นจงฮยอนที่โคตรพระเอก
ไหนใครเดาน้องคีย์ไม่ออก? *ยกมือพรึ่บพับอะเกน*
TTก็เค้าตั้งใจให้เดาไม่ออกนี่นา~
เป็นอันว่าใครมีคำถามอะไรให้ใช้ระบบเดียวกับน้องโบ๊ท หลังไมค์แล้วกันเน๊อะ~
สำหรับฟิคเรื่องนี้ไม่รู้จะขอบคุณใครดีเลยทีเดียวTT
เป็นอันว่าของคุณนังมีนตราจอว์2 - -+ กับไอ้ไฟล์นั้นที่ส่งมาให้ดู ยังคงยืนยันมาเหมือนมาก!! =[]=
ขอบคุณน้องน้ามที่คอยอยู่ให้กำลังใจตลอดช่วงเวลาที่อ่านหนังสือไปบ้าบอฟิคไป
ขอบคุณน้องโบ๊ทที่อยุ่เป็นเพื่อนจนกระทั่งแต่งเสร็จ TT เค้ารักแฟนฟิคคนนี้ของเค้าที่สุดเลยอ่ะ ฮึก..
ขอบคุณพี่แนนที่ไม่รู้จะเข้ามาอ่านของกุมั้ย?(ถ้ามาแล้วช่วยบอกด้วยว่ามันลงทูบีได้มั้ย = = )ขอบคุณนะ ถึงไม่รู้ว่าจะขอบคุณเรื่องอะไรแต่ก็ยังอยากจะขอบคุณ
ขอบคุณทูบีรูมเมททุกคนค่ะ ไม่มีคุณ ไม่มีกระจก ไม่มีรูมเมท~
สุดท้ายขอบคุณทุกคนที่แวะเวียนเข้ามาอ่านและมาเม้นด่ากันนะคะ TT
เชิญโขกเชิญสับได้เต็มที่ค่ะ~
คำถามขำๆ...คุณชอบจงฮยอนคนไหนมากกว่ากันคะ? - -+
ดิท*ปล.พบกับภาคซอล์ฟ(กว่านี้)ได้ในบอร์ดชายนี่ไทย...เร็วๆนี้!! =_= (ยังจะเอาอีกเหรอวะ?)

*นอนอ่อยอย่างสงบ


แล้วเราก้ได้อ่านมัน TT
คิมจงแมร่ง! โกดดีป่ะ - -
คือเรื่องมันลึกลับซับซ้อนจริงนั้นแล~ 55
คืออ่านก็ไปเข้าใจหมดนะ(คิดว่า ฮา~)
ยกเว้น ตอนจบ-[]-
เข้าใจถูกป่าวมะรุแหะ = = เ๋ด๋วถามกันตรงๆเลยละกันหุหุ
แต่เอาจริงๆ รู้สึกชอบจงด้านมืดนะ -[]-!!
คือแบบเหมือนมันจะหวงคีย์ แต่หวงไปในทางที่ผิดนิส
เล่นแบบนี้กับคีย์ทุกวัน คิมคีย์เค้าช้ำนะเว้ยเฮ้ย !
คือคิมคีย์แมร่งมีร่างเดียวไม่ใช่ 2 ร่าง
เหมือนแกนะคิมจ๊ง ง
แบ่งเวลากันพักได้ แต่คีย์เค้าพักไม่ได้นะเฮ้ย TT
คราวหน้าแต่งให้แบบ
มีคิมคีย์สองร่าง คิมจงสองร่างเลยเหอะพี่
ยุติธรรม กร๊ากก
กร๊ากก ชอบเรื่องแบบนี้นะ มันดู
ลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเงื่อน?? - -?
#1 By BoaT-YC on 2009-10-06 02:42